โดยทุกสโมสรในพรีเมียร์ลีกจะได้รับเงินส่วนแบ่ง 3 ส่วนเท่ากัน คือ 1. เงินปันผลจากลีกทีมละ 21,968,793 ล้านปอนด์, 2. เงินจากค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดไปยังต่างประเทศทีมละราว 27,757,371 ล้านปอนด์ และ 3. เงินค่าโฆษณาส่วนกลางทีมละ 4,392,630 ล้านปอนด์
นอกจากนี้ ยังมีส่วนแบ่งจากค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภค ซึ่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้รับมากสุด ด้วยจำนวนเงินทั้งสิ้น 21,477,152 ล้านปอนด์ (ราว 1.1 พันล้านบาท) และ ค่าตอบแทนตามศักยภาพที่แบ่งตามอันดับตารางคะแนนบนพรีเมียร์ลีกนั่นเอง
สรุปทีมทำเงินรวมมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก 5 อันดับแรก
1. เชลซี - 98,999,554 ล้านปอนด์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4,893,381 ปอนด์
2. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ - 98,501,832 ล้านปอนด์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,923,593 ปอนด์
3. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด - 96,759,212 ล้านปอนด์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 7,597,381 ปอนด์
4. อาร์เซนอล - 96,509,758 ล้านปอนด์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3,639,678 ปอนด์
5. ลิเวอร์พูล (แชมป์รายได้มากสุดปีก่อน) - 92,775,064 ล้านปอนด์ ลดลงจากปีก่อน 4,769,272 ปอนด์
ทั้งนี้ ส่วนแบ่งรายได้ที่ทุกสโมสรจะได้รับเท่ากัน ทั้ง เงินปันผลของพรีเมียร์ลีก, ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดไปยังต่างประเทศ และเงินค่าโฆษณาส่วนกลางต่างเพิ่มขึ้นจากปีก่อนทั้งหมด อย่างละ 337,349 ปอนด์, 1,461,554 ปอนด์ และ 121,780 ตามลำดับ
นอกจากนี้ ยังมีส่วนแบ่งจากค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภค ซึ่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้รับมากสุด ด้วยจำนวนเงินทั้งสิ้น 21,477,152 ล้านปอนด์ (ราว 1.1 พันล้านบาท) และ ค่าตอบแทนตามศักยภาพที่แบ่งตามอันดับตารางคะแนนบนพรีเมียร์ลีกนั่นเอง
สรุปทีมทำเงินรวมมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก 5 อันดับแรก
1. เชลซี - 98,999,554 ล้านปอนด์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4,893,381 ปอนด์
2. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ - 98,501,832 ล้านปอนด์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,923,593 ปอนด์
3. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด - 96,759,212 ล้านปอนด์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 7,597,381 ปอนด์
4. อาร์เซนอล - 96,509,758 ล้านปอนด์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3,639,678 ปอนด์
5. ลิเวอร์พูล (แชมป์รายได้มากสุดปีก่อน) - 92,775,064 ล้านปอนด์ ลดลงจากปีก่อน 4,769,272 ปอนด์
ทั้งนี้ ส่วนแบ่งรายได้ที่ทุกสโมสรจะได้รับเท่ากัน ทั้ง เงินปันผลของพรีเมียร์ลีก, ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดไปยังต่างประเทศ และเงินค่าโฆษณาส่วนกลางต่างเพิ่มขึ้นจากปีก่อนทั้งหมด อย่างละ 337,349 ปอนด์, 1,461,554 ปอนด์ และ 121,780 ตามลำดับ
