เปิดฉากมาไม่ถึง 3 นาที เจ้าถิ่นได้โอกาสทักทายก่อน จากจังหวะที่ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ รับบอลในกรอบเขตโทษก่อนไหลย้อนกลับมาตรงบริเวณหัวกระโหลกให้ เจา มูตินโญ บรรจงปั่นโค้งด้วยขวา บอลพุ่งเหินข้ามคานออกไปแบบได้ลุ้นทีเดียว
จากนั้น ในนาทีที่ 13 เป็นทีมเยือนอย่าง 'อาร์เซนอล' ที่ได้โอกาสลุ้นประตูบ้าง จากจังหวะที่ อเล็กซิส ซานเซซ แทงทะลุช่องขึ้นไปทางริมเส้นฝั่งขวาให้ เฮคเตอร์ เบลเลริน เติมขึ้นมาเปิดโค้งเข้าไปในกรอบเขตโทษ และเป็น โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ขึ้นโขกสะบัดเน้นๆ แต่บอลหลุดเสาสองออกไปอย่างน่าเสียดาย
รูปเกมเป็นอาร์เซนอลที่ขึงเกมบุกอยู่ฝ่ายเดียว กระทั่งนาทีที่ 36 พวกเขาก็ทำประตูขึ้นนำได้สำเร็จ จากลูกที่ แดนนี เวลเบ็ค แทงทะลุช่องเข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้ายให้ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ยิงจังหวะแรกติดเซฟ ดานิเยล ซูบาซิช ทว่าบอลยังเป็นใจกระดอนตกตรงหน้า ก่อนดาวยิงเลือดน้ำหอมจะกลับตัววอลเลย์ด้วยขวาเต็มข้อ ส่งบอลพุ่งเสียบใต้คานเข้าไปอย่างสุดสวย ช่วยให้อาร์เซนอลขึ้นนำ 1-0 พร้อมกับเป็นการเสียประตูในบ้านลูกแรกของ โมนาโก ในศึกยูซีแอลซีซั่นนี้อีกด้วย
ถัดมานาทีเดียว ทีมเยือนเกือบบวกประตูที่สอง จากจังหวะที่ แดนนี เวลเบ็ค ได้ฮาล์ฟวอลเลย์ด้วยขวาเต็มข้อ ดานิเยล ซูบาซิช หลงทางไปแล้ว แต่บอลดันไปแฉลบขากองหลังเจ้าถิ่นที่เสียหลักล้มอยู่ในกรอบเขตโทษออกหลังไป
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ อาร์เซนอลได้โอกาสลุ้นประตูอีกครั้ง จากจังหวะที่ แดนนี เวลเบ็ค โชว์สเต็ปเท้าโยกหลบไปจนถึงสุดเส้นหลังฝั่งขวา ก่อนเปิดยัดเข้ากลางให้ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ กระโดแปด้วยซ้ายตรงตัว ดานิเยล ซูบาซิช รับไว้ได้สบายมือ จบ 45 นาทีแรกทีมเยือนบุกมานำอยู่ที่ 1-0 (ประตูรวมสองนัด 2-3)
กลับมาเล่นในครึ่งหลัง ทีมเยือนเปิดฉากทักทายก่อนอย่างรวดเร็ว เพียงนาทีที่ 52 จากจังหวะลูกฟรีคิกระยะประมาณ 25 หลาเยื้องไปทางฝั่งขวา และเป็น เมซุต โอซิล รับหน้าที่ปั่นโค้งด้วยซ้าย บอลกำลังจะมุดเสียบใต้คานอยู่แล้ว ทว่า ดานิเยล ซูบาซิช ยังปฏิกิริยาไวลอยตัวปัดบอลออกไปได้แบบหวุดหวิด
นาทีที่ 62 เมซุต โอซิล ได้โอกาสลุ้นประตูอีกครั้ง หลังแนวรับเจ้าบ้านเคลียร์ไม่ขาดบอลมาตกอยู่บริเวณในกรอบเขตโทษ และเป็นโอซิล ที่วิ่งเข้ามาใส่ด้วยซ้ายเต็มข้อ ส่งบอลพุ่งถากเสาสองออกหลังไปนิดเดียวเท่านั้น
แต่แล้วนาทีที่ 82 ความหวังเข้ารอบต่อไปของไอ้ปืนใหญ่ก็จุดประกายขึ้นอีกครั้ง เมื่อพวกเขามาได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่ เมซุต โอซิล ตักโด่งเข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้ายให้ นาโช มอนเรอัล ตบย้อนกลับมาบริเวณหัวกระโหลก และเป็น ธีโอ วัลคอตต์ เอี้ยวตัวแปด้วยขวาชนเสา ก่อนกระดอนมาเข้าทาง เลย์แว็ง คูร์ซาว่า แบ็คซ้ายเจ้าถิ่น ซึ่งดูเหมือนจะไม่มีอะไรแล้ว ทว่าเจ้าตัวกลับเคลียร์พลาดเข้าทาง อารอน แรมซีย์ ตัวสำรองเช่นกัน ซัดเสียบเสาไกลเข้าไปแบบหมดจด
ช่วงเวลาที่เหลือแม้ว่าทีมเยือนจะพยายามเปิดเกมรุกอย่างหนักเพื่อหวังยิงเพิ่มอีกแค่ลูกเดียวเท่านั้น แต่ก็ทำไม่สำเร็จ ทำให้สุดท้ายจบเกมเป็นไอ้ปืนใหญ่ที่เอาชนะไปแค่ 2-0 รวมผลสองนัดเสมอกัน 3-3 แต่เป็นโมนาโกที่กินบุญเก่าในนัดก่อนที่บุกชนะ 3-1 ผ่านเข้ารอบไปด้วยกฎยิงประตูทีมเยือน พร้อมกับส่งอาร์เซนอลตกรอบไปแบบบอบช้ำ
จากนั้น ในนาทีที่ 13 เป็นทีมเยือนอย่าง 'อาร์เซนอล' ที่ได้โอกาสลุ้นประตูบ้าง จากจังหวะที่ อเล็กซิส ซานเซซ แทงทะลุช่องขึ้นไปทางริมเส้นฝั่งขวาให้ เฮคเตอร์ เบลเลริน เติมขึ้นมาเปิดโค้งเข้าไปในกรอบเขตโทษ และเป็น โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ขึ้นโขกสะบัดเน้นๆ แต่บอลหลุดเสาสองออกไปอย่างน่าเสียดาย
รูปเกมเป็นอาร์เซนอลที่ขึงเกมบุกอยู่ฝ่ายเดียว กระทั่งนาทีที่ 36 พวกเขาก็ทำประตูขึ้นนำได้สำเร็จ จากลูกที่ แดนนี เวลเบ็ค แทงทะลุช่องเข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้ายให้ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ยิงจังหวะแรกติดเซฟ ดานิเยล ซูบาซิช ทว่าบอลยังเป็นใจกระดอนตกตรงหน้า ก่อนดาวยิงเลือดน้ำหอมจะกลับตัววอลเลย์ด้วยขวาเต็มข้อ ส่งบอลพุ่งเสียบใต้คานเข้าไปอย่างสุดสวย ช่วยให้อาร์เซนอลขึ้นนำ 1-0 พร้อมกับเป็นการเสียประตูในบ้านลูกแรกของ โมนาโก ในศึกยูซีแอลซีซั่นนี้อีกด้วย
ถัดมานาทีเดียว ทีมเยือนเกือบบวกประตูที่สอง จากจังหวะที่ แดนนี เวลเบ็ค ได้ฮาล์ฟวอลเลย์ด้วยขวาเต็มข้อ ดานิเยล ซูบาซิช หลงทางไปแล้ว แต่บอลดันไปแฉลบขากองหลังเจ้าถิ่นที่เสียหลักล้มอยู่ในกรอบเขตโทษออกหลังไป
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ อาร์เซนอลได้โอกาสลุ้นประตูอีกครั้ง จากจังหวะที่ แดนนี เวลเบ็ค โชว์สเต็ปเท้าโยกหลบไปจนถึงสุดเส้นหลังฝั่งขวา ก่อนเปิดยัดเข้ากลางให้ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ กระโดแปด้วยซ้ายตรงตัว ดานิเยล ซูบาซิช รับไว้ได้สบายมือ จบ 45 นาทีแรกทีมเยือนบุกมานำอยู่ที่ 1-0 (ประตูรวมสองนัด 2-3)
กลับมาเล่นในครึ่งหลัง ทีมเยือนเปิดฉากทักทายก่อนอย่างรวดเร็ว เพียงนาทีที่ 52 จากจังหวะลูกฟรีคิกระยะประมาณ 25 หลาเยื้องไปทางฝั่งขวา และเป็น เมซุต โอซิล รับหน้าที่ปั่นโค้งด้วยซ้าย บอลกำลังจะมุดเสียบใต้คานอยู่แล้ว ทว่า ดานิเยล ซูบาซิช ยังปฏิกิริยาไวลอยตัวปัดบอลออกไปได้แบบหวุดหวิด
นาทีที่ 62 เมซุต โอซิล ได้โอกาสลุ้นประตูอีกครั้ง หลังแนวรับเจ้าบ้านเคลียร์ไม่ขาดบอลมาตกอยู่บริเวณในกรอบเขตโทษ และเป็นโอซิล ที่วิ่งเข้ามาใส่ด้วยซ้ายเต็มข้อ ส่งบอลพุ่งถากเสาสองออกหลังไปนิดเดียวเท่านั้น
แต่แล้วนาทีที่ 82 ความหวังเข้ารอบต่อไปของไอ้ปืนใหญ่ก็จุดประกายขึ้นอีกครั้ง เมื่อพวกเขามาได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่ เมซุต โอซิล ตักโด่งเข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้ายให้ นาโช มอนเรอัล ตบย้อนกลับมาบริเวณหัวกระโหลก และเป็น ธีโอ วัลคอตต์ เอี้ยวตัวแปด้วยขวาชนเสา ก่อนกระดอนมาเข้าทาง เลย์แว็ง คูร์ซาว่า แบ็คซ้ายเจ้าถิ่น ซึ่งดูเหมือนจะไม่มีอะไรแล้ว ทว่าเจ้าตัวกลับเคลียร์พลาดเข้าทาง อารอน แรมซีย์ ตัวสำรองเช่นกัน ซัดเสียบเสาไกลเข้าไปแบบหมดจด
ช่วงเวลาที่เหลือแม้ว่าทีมเยือนจะพยายามเปิดเกมรุกอย่างหนักเพื่อหวังยิงเพิ่มอีกแค่ลูกเดียวเท่านั้น แต่ก็ทำไม่สำเร็จ ทำให้สุดท้ายจบเกมเป็นไอ้ปืนใหญ่ที่เอาชนะไปแค่ 2-0 รวมผลสองนัดเสมอกัน 3-3 แต่เป็นโมนาโกที่กินบุญเก่าในนัดก่อนที่บุกชนะ 3-1 ผ่านเข้ารอบไปด้วยกฎยิงประตูทีมเยือน พร้อมกับส่งอาร์เซนอลตกรอบไปแบบบอบช้ำ
